3 ประโยชน์ ของการแก้ไขลมรั่วในโรงงาน

รู้หรือไม่ว่าค่าไฟที่สูญเสียไปกว่า 40% ของโรงงานบางโรงงานนั้นเกิดมาจากปัญหาเล็กๆ อย่างลมอัดในไลน์การผลิตเกิดการรั่วไหล ซึ่งมีผลให้ต้องเพิ่มสเป็กเครื่องอัดลมให้ใหญ่ขึ้น เกินกว่าความจำเป็น เพื่อให้ไลน์ผลิตดำเนินต่อได้ แต่ต้องแลกมาด้วยค่าไฟที่สูงขึ้นถึงปีละเป็นหลักแสนถึงหลักล้าน! โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ ใช้ระบบลมอัดในการควบคุมเครื่องจักร ซึ่งลมอัดนั้น เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนไลน์การผลิต และหากเกิดการรั่วไหลของลมอัดในระบบขึ้น ย่อมหมายถึงการสูญเสีย พลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ และอาจมากถึง 40% ของค่าไฟที่จ่ายในแต่ละเดือนเลยทีเดียว เพราะปัญหาที่ตามมาคือเครื่องอัดอากาศ (ปั๊มลม) ต้องผลิตลมเพื่อชดเชยให้เพียงพอกับลมที่รั่วไหลออกไปนั่นเอง ลมรั่ว (Air Leakage) ปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ในเมื่อปัญหาลมรั่วถือเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าโรงงานของคุณมีลมรั่วอยู่กี่จุด จะต้องสูญเสียเงินเท่าไหร่กับปริมาณลมรั่วในแต่ละปี และคุณจะหาแนวทางในการแก้ปัญหานี้อย่างไร การจะจัดการกับปัญหาลมรั่วในไลน์การผลิตได้นั้น สิ่งแรกที่คุณควรรู้คือ ตำแหน่งของการรั่วไหลของลมอัดที่มักพบบ่อยๆ เช่น วาล์วปิด/เปิดลม ข้อต่อข้องอของท่อ จุดต่อเข้ากับเครื่องจักร หรือจุดที่สามารถเคลื่อนไหวหรือขยับได้เป็นต้น เมื่อรู้แล้วคุณจะสามารถวางแผน และดำเนินการตรวจสอบรอยรั่วว่ามีทั้งหมดกี่จุด และเป็นลมรั่วประเภทไหนบ้าง เพื่อการวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขลมรั่วที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ประเภทของลมรั่ว คือ ลมรั่วแบบตรง ลมรั่วแบบซึม ประโยชน์ของการแก้ไขลมรั่วในโรงงาน 1.ได้พลังงานลมอัดเต็มประสิทธิภาพ – ถ้าปริมาณลมอัดเพียงพอต่อการใช้งานของเครื่องจักร ก็จะทำให้เครื่องจักรทำงานเต็มประสิทธิภาพ ลดปัญหาลมตก หรือลมอัดไม่เพียงพอต่อการใช้งานของเครื่องจักร และจะไม่ส่งผลกระทบต่อสินค้าหรือไลน์การผลิตของผู้ประกอบการ 2.ประหยัดค่าไฟฟ้ามากขึ้น […]

Read more

ฝุ่น อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบอัดอากาศในไลน์ ผลิต อาหาร และ ยา

“ฝุ่น” อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบอัดอากาศในไลน์ ผลิต อาหาร และ ยา ฝุ่น  หมายถึง อนุภาคที่เป็นทั้งของแข็ง และของเหลว  ที่ลอยกระจายอยู่ในอากาศ บางชนิดมีขนาดใหญ่ และดำจนมองเห็นเป็นเขม่าควัน แต่บางชนิดมีขนาดเล็กมาก จนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ  โดยทั่วไปจะมีขนาดที่แตกต่างกัน ดังนี้  โดยปกติฝุ่นขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดของโลก  แต่ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน สามารถลอยอยู่ในอากาศได้  ฝุ่นชนิดนี้สามารถผ่านระบบการกรองเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ และถูกสะสมอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ ส่วนฝุ่นที่มีขนาดเล็กขนาดตั้งแต่ 2.5 ไมครอน ถึงขนาด 0.1 ไมครอน สามารถเข้าไปลึกถึงถุงลมปอดได้ ซึ่งถ้าเข้าไปในปริมาณมาก  อาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ ระคายเคืองเรื้อรัง เป็นพังผืด หรือรอยแผลในปอดได้ ที่มาของการเกิดฝุ่น “ฝุ่น” ที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ฝุ่นดินทราย เขม่าควันจากไฟป่า ละอองเกลือน้ำทะเล และ ฝุ่นที่เกิดมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ได้แก่ การก่อสร้าง ฝุ่นท่อไอเสียรถยนต์ และ จักรยานยนต์ ฝุ่นควันจากปล่องระบายควันจากเตาเผา โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ” […]

Read more