Save Energy Save World
ประหยัดพลังงานสูงสุด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ และช่วยให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น ด้วย solution ที่พัฒนาขึ้น สามารถปรับลดการใช้พลังงานลง มากถึง 25%

News & Event
Air Compressor มีอาการร้อนตัดดับ แก้ไขเบื้องต้นได้อย่างไร
การที่ Air Compressor หรือเครื่องอัดอากาศมีอาการร้อนจนตัดดับเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ดังนี้: ตรวจสอบการระบายความร้อน: พัดลมระบายความร้อน: ตรวจสอบว่าพัดลมระบายความร้อนทำงานปกติหรือไม่ หากพัดลมไม่ทำงาน ควรทำความสะอาดหรือตรวจสอบสายไฟและเปลี่ยนพัดลมหากจำเป็น ความสะอาดของครีบระบายความร้อน(After Cooler) : ครีบระบายความร้อนของคอมเพรสเซอร์อาจมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกติด ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรทำความสะอาดครีบระบายความร้อน ตรวจสอบน้ำมันหล่อลื่น: ตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่นว่ามีเพียงพอหรือไม่ หากน้ำมันน้อยเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและร้อน ควรเติมน้ำมันหล่อลื่นให้เพียงพอ ตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น หากน้ำมันหล่อลื่นสกปรกหรือมีสิ่งสกปรกผสม ควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นใหม่ ตรวจสอบการทำงานของระบบ: ความดันการทำงาน: ตรวจสอบว่าความดันในระบบการทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากความดันสูงเกินไปจะทำให้เครื่องทำงานหนักและร้อน การรั่วซึม: ตรวจสอบว่ามีการรั่วซึมของอากาศหรือไม่ ซึ่งจะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นและร้อน สภาพแวดล้อม: ตรวจสอบว่าสถานที่ติดตั้งคอมเพรสเซอร์มีการระบายอากาศที่ดีหรือไม่ หากคอมเพรสเซอร์ติดตั้งในที่อับลมหรืออุณหภูมิสูง จะทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี หลีกเลี่ยงการตั้งเครื่องใกล้กับแหล่งความร้อนอื่นๆ ระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบว่าสายไฟและการเชื่อมต่อไฟฟ้าไม่มีปัญหา เช่น สายไฟเก่าหรือขาดทำให้เกิดความร้อนสะสม ตรวจสอบว่ามีการจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมและเสถียร ไม่เกินหรือน้อยเกินไป การบำรุงรักษา: ทำการบำรุงรักษาคอมเพรสเซอร์ตามคู่มือการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจเช็คและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ บันทึกการบำรุงรักษาและตรวจสอบความถี่ในการซ่อมแซม เพื่อทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ หากทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ควรติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจสอบและซ่อมแซมเพิ่มเติม หากคุณกำลังมองหาปั๊มลมคุณภาพ ได้มาตรฐาน และช่วยให้การดูแลรักษาปั๊มลมเป็นเรื่องง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น ที่ บริษัท […]
ติดตั้งปั๊มลม ให้ได้คุณภาพสูงสุด
การติดตั้งเครื่องปั๊มลมให้ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน ข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับตำแหน่งหรือพื้นที่การติดตั้งเครื่องปั๊มลมมีดังนี้: 1. การเลือกสถานที่ติดตั้ง พื้นที่เพียงพอ: ควรมีพื้นที่รอบ ๆ เครื่องปั๊มลมเพียงพอสำหรับการเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซม พื้นที่ระบายอากาศ: ต้องมีระบบระบายอากาศที่ดีเพื่อป้องกันการสะสมความร้อนจากการทำงานของเครื่อง พื้นผิวที่แข็งแรง: ควรติดตั้งบนพื้นผิวที่มั่นคงและแข็งแรง เช่น พื้นคอนกรีต เพื่อรองรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือน 2. สภาพแวดล้อมการติดตั้ง ปราศจากฝุ่นละออง: พื้นที่ที่มีฝุ่นละอองน้อยจะช่วยลดการอุดตันของตัวกรองอากาศและยืดอายุการใช้งานของเครื่อง อุณหภูมิที่เหมาะสม: ควรติดตั้งในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิไม่สูงเกินไปหรือไม่ต่ำเกินไป เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่อง ความชื้นต่ำ: ความชื้นที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดการกัดกร่อนและเกิดความเสียหายกับส่วนประกอบภายในเครื่อง 3. การติดตั้งระบบระบายความร้อน การระบายความร้อนที่ดี: ติดตั้งเครื่องในพื้นที่ที่มีการระบายความร้อนได้ดี หรือใช้ระบบระบายความร้อนเสริม เช่น พัดลมระบายความร้อน หรือระบบท่อระบายความร้อน 4. การติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบท่อลม การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า: ควรให้ช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญการทำการติดตั้งระบบไฟฟ้า โดยควรมีระบบตัดไฟอัตโนมัติและระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การเชื่อมต่อท่อลม: ควรใช้ท่อลมที่มีคุณภาพและมีขนาดที่เหมาะสมกับกำลังการทำงานของเครื่องปั๊มลม เพื่อป้องกันการรั่วไหลของลมและลดการสูญเสียพลังงาน 5. การลดเสียงรบกวน ติดตั้งในห้องกันเสียง: หากเครื่องปั๊มลมมีเสียงดัง ควรติดตั้งในห้องกันเสียงหรือใช้วัสดุซับเสียงเพื่อลดเสียงรบกวน ติดตั้งอุปกรณ์ลดเสียง: เช่น Muffler หรือ Silencer เพื่อลดเสียงที่เกิดจากการทำงานของเครื่อง 6. การปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัย การติดตั้งป้ายเตือน: ติดตั้งป้ายเตือนและคำแนะนำการใช้งานในพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน […]
การบำรุงรักษาปั๊มลมดีอย่างไรและทำได้อย่างไร
“ปั๊มลม” (Air Compressor) เครื่องจักรที่เป็นหัวใจสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม มีความจำเป็นในทุกอุตสาหกรรมการผลิต ดังนั้นเราจึงควรหมั่นดูแลรักษาและซ่อมบำรุงปั๊มลมภายในโรงงานอยู่เสมอ แม้ว่าปั๊มลมยังสามารถใช้งานได้ปกติ ไม่เกิดปัญหา เพราะถ้าหากปั๊มลม เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการต้องหยุดเครื่องกระทันหัน การรั่วของน้ำมัน การมีสิ่งปนเปื้อนในลมอัด ไฟดับ ไฟตก อาจส่งผลกระทบต่อโรงงานเป็นอย่างมาก รวมทั้งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของลูกค้าได้ นอกจากนี้ ในการซ่อมบำรุงแต่ละครั้งเมื่อเกิดปัญหา อาจใช้เวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐาน และกระบวนการผลิตของโรงงานคุณอีกด้วย“เรามาดูกันว่าการดูแลรักษาปั๊มลมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งผลดีแก่โรงงานของคุณอย่างไรบ้าง” ทำไมเราควรซ่อมบำรุงปั๊มลมโรงงานเป็นประจำ? 5 วิธีการดูแลรักษาปั๊มลมที่ควรทำเป็นประจำ 1. เปลี่ยนไส้กรองอากาศ และใส้กรองแยกน้ำมันอยู่เสมอสิ่งสำคัญที่คุณไม่ตรวจสอบไม่ได้เลย นั่นก็คือไส้กรองอากาศที่ควรเปลี่ยนเป็นประจำ เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นจากการดูดลมเข้าไปอัดในการใช้งาน รวมทั้งควรตรวจสอบใส้กรองแยกน้ำมัน เพื่อทำความสะอาด และเปลี่ยนใหม่ตามคำแนะนำที่คู่มือการใช้งานระบุไว้ 2. ตรวจเช็คสายพาน/Couplingขั้นตอนการดูแลรักษาปั๊มลมที่สำคัญอีกหนึ่งขั้นตอน นั่นก็คือการตรวจเช็คสายพานหรือCoupling ให้เปลี่ยนตามอายุการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ หากไม่ทำการเปลี่ยนอาจเกิดปัญหากับตลับลูกปืนมอเตอร์ หรืออาจจะทำให้ปั๊มลมต้องทำงานหนักขึ้น มอเตอร์ร้อนหรือไหม้ และสายพานขาดได้ ในขณะที่ถ้าหากสายพานหลวมเกินไป อาจทำให้สูญเสียพลังงาน สายพานอาจหลุดหรือสึกหรอ หรือเกิดอันตรายขณะใช้งาน 3. ทำความสะอาดสายลม ท่อดูดอากาศเข้า ท่อส่งจ่ายลมอัด พร้อมทั้งวาล์วที่เกี่ยวข้องระบบท่ออัดอากาศถือว่ามีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับปั๊มลม ไม่ว่าจะเป็นการรับและจ่ายอากาศอัดไปยังที่ที่คุณต้องการ ดังนั้น […]
3 ประโยชน์ ของการแก้ไขลมรั่วในโรงงาน
รู้หรือไม่ว่าค่าไฟที่สูญเสียไปกว่า 40% ของโรงงานบางโรงงานนั้นเกิดมาจากปัญหาเล็กๆ อย่างลมอัดในไลน์การผลิตเกิดการรั่วไหล ซึ่งมีผลให้ต้องเพิ่มสเป็กเครื่องอัดลมให้ใหญ่ขึ้น เกินกว่าความจำเป็น เพื่อให้ไลน์ผลิตดำเนินต่อได้ แต่ต้องแลกมาด้วยค่าไฟที่สูงขึ้นถึงปีละเป็นหลักแสนถึงหลักล้าน! โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ ใช้ระบบลมอัดในการควบคุมเครื่องจักร ซึ่งลมอัดนั้น เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนไลน์การผลิต และหากเกิดการรั่วไหลของลมอัดในระบบขึ้น ย่อมหมายถึงการสูญเสีย พลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ และอาจมากถึง 40% ของค่าไฟที่จ่ายในแต่ละเดือนเลยทีเดียว เพราะปัญหาที่ตามมาคือเครื่องอัดอากาศ (ปั๊มลม) ต้องผลิตลมเพื่อชดเชยให้เพียงพอกับลมที่รั่วไหลออกไปนั่นเอง ลมรั่ว (Air Leakage) ปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ในเมื่อปัญหาลมรั่วถือเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าโรงงานของคุณมีลมรั่วอยู่กี่จุด จะต้องสูญเสียเงินเท่าไหร่กับปริมาณลมรั่วในแต่ละปี และคุณจะหาแนวทางในการแก้ปัญหานี้อย่างไร การจะจัดการกับปัญหาลมรั่วในไลน์การผลิตได้นั้น สิ่งแรกที่คุณควรรู้คือ ตำแหน่งของการรั่วไหลของลมอัดที่มักพบบ่อยๆ เช่น วาล์วปิด/เปิดลม ข้อต่อข้องอของท่อ จุดต่อเข้ากับเครื่องจักร หรือจุดที่สามารถเคลื่อนไหวหรือขยับได้เป็นต้น เมื่อรู้แล้วคุณจะสามารถวางแผน และดำเนินการตรวจสอบรอยรั่วว่ามีทั้งหมดกี่จุด และเป็นลมรั่วประเภทไหนบ้าง เพื่อการวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขลมรั่วที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ประเภทของลมรั่ว คือ ลมรั่วแบบตรง ลมรั่วแบบซึม ประโยชน์ของการแก้ไขลมรั่วในโรงงาน 1.ได้พลังงานลมอัดเต็มประสิทธิภาพ – ถ้าปริมาณลมอัดเพียงพอต่อการใช้งานของเครื่องจักร ก็จะทำให้เครื่องจักรทำงานเต็มประสิทธิภาพ ลดปัญหาลมตก หรือลมอัดไม่เพียงพอต่อการใช้งานของเครื่องจักร และจะไม่ส่งผลกระทบต่อสินค้าหรือไลน์การผลิตของผู้ประกอบการ 2.ประหยัดค่าไฟฟ้ามากขึ้น […]
ฝุ่น อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบอัดอากาศในไลน์ ผลิต อาหาร และ ยา
“ฝุ่น” อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบอัดอากาศในไลน์ ผลิต อาหาร และ ยา ฝุ่น หมายถึง อนุภาคที่เป็นทั้งของแข็ง และของเหลว ที่ลอยกระจายอยู่ในอากาศ บางชนิดมีขนาดใหญ่ และดำจนมองเห็นเป็นเขม่าควัน แต่บางชนิดมีขนาดเล็กมาก จนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ โดยทั่วไปจะมีขนาดที่แตกต่างกัน ดังนี้ โดยปกติฝุ่นขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดของโลก แต่ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน สามารถลอยอยู่ในอากาศได้ ฝุ่นชนิดนี้สามารถผ่านระบบการกรองเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ และถูกสะสมอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ ส่วนฝุ่นที่มีขนาดเล็กขนาดตั้งแต่ 2.5 ไมครอน ถึงขนาด 0.1 ไมครอน สามารถเข้าไปลึกถึงถุงลมปอดได้ ซึ่งถ้าเข้าไปในปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ ระคายเคืองเรื้อรัง เป็นพังผืด หรือรอยแผลในปอดได้ ที่มาของการเกิดฝุ่น “ฝุ่น” ที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ฝุ่นดินทราย เขม่าควันจากไฟป่า ละอองเกลือน้ำทะเล และ ฝุ่นที่เกิดมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ได้แก่ การก่อสร้าง ฝุ่นท่อไอเสียรถยนต์ และ จักรยานยนต์ ฝุ่นควันจากปล่องระบายควันจากเตาเผา โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ” […]














